แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ food แสดงบทความทั้งหมด

อาหาร 8 อย่างที่ช่วยทดแทนแคลเซียมสำหรับคนที่แพ้แลคโตสในนม



ถ้าคุณเป็นคนที่แพ้แลคโตสในนม ซึ่งก็คือดื่มนมเมื่อไหร่เป็นท้องเสียเมื่อนั้น นั่นหมายความว่าร่างกายของคุณมีปัญหากับการย่อยแลคโตส ซึ่งเป็นน้ำตาลธรรมชาติในนม คุณอาจจะสามารถดื่มผลิตภัณฑ์จากนมบางอย่างได้ แต่คุณจะต้องตรวจดูด้วยว่า นมที่คุณดื่มเข้าไปมีแลคโตสหรือไม่  Amy E. Barto แพทย์โรคทางเดินอาหารจาก Lahey Clinic ในเมือง Burlington กล่าวว่า "การหลีกเลี่ยงคือวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่แพ้แลคโตส แต่คุณต้องมั่นใจว่าคุณได้รับแคลเซียมในปริมาณที่เพียงพอ ซึ่งคุณสามารถทำได้โดยการรับประทานอาหารเสริมและเลือกรับประทานอาหารเสริมที่เหมาะสม" เรามาดูกันว่าอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากได้แคลเซียมแต่ดื่มนมทีไรเป็นอันท้องเสียไปทุกที








1. ดื่มนมที่ปราศจากแลคโตส
ถ้าคุณชอบเทนมวัวใส่ในซีเรียลหรือดื่มนมคู่กับคุ๊กกี้ล่ะก็ คุณยังคงทำสิ่งเหล่านี้ได้โดยการซื้อนมที่มีส่วนผสมของแลคเตส เนื่องจากแลคเตสเป็นเอนไซม์ที่ช่วยย่อยน้ำตาลในนม หากร่างกายคุณสร้างเอนไซม์ตัวนี้ได้ไม่เพียงพอจะทำให้คุณเกิดอาหารแพ้แลคโตส ซึ่งเป็นสามาเหตุให้คุณเกิดอาการท้องเสียเมื่อดื่มนม นมหรือผลิตภัณฑ์จากนมที่มีแลคเตสสามารถหาซื้อได้ที่ซูเปอร์มาเก็ต และนี่เป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้แลคโตส นมชนิดนี้มีสารอาหารเหมือนนมทั่วไปเพียงแต่จะมีรสชาติหวานน้อยกว่าเท่านั้นเอง




2. ลองนมถั่วเหลืองดูไหม
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติของประเทศอเมริกาแนะนำว่า ทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 19 ถึง 50 ปีควรได้รับแคลเซียมใรปริมาณ 1000 มิลลิกรัมในทุกๆ วันแปลว่าคุณต้องดื่มนมประมาณสามแก้วต่อวัน เนื่องจากนมหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมอื่นๆ เป็นแหล่งที่อุดมณ์ไปด้วยแคลเซียม แล้วจะทำยังไงดีล่ะ ถ้าหากเป็นผู้ที่แพ้แลคโตส หนึ่งในตัวเลือกของคุณคือนมถั่วเหลืองที่เสริมแคลเซียม ซึ่งอาจจะให้แคลเซียมได้น้อยกว่านมวัว อย่างไรก็ตามถ้าลูกของคุณมีอาการแพ้นม(milk allergy) ซึ่งต่างจากการแพ้แลคโตส เขาหรือเธออาจจะแพ้นมถั่วเหลืองด้วยก็ได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการดื่มนมถั่วเหลืองเพื่อทดแทนแคลเซียมกับทุกคนที่มีอาการแพ้นม



3. นมชนิดอื่นๆ
การดื่มนมแพะ หรือนมแกะจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาการแพ้แลคโตส เพราะว่านมเหล่านั้นเป็นนมที่มาจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมซึ่งมีแลคโตสเป็นส่วนประกอบ อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่แพ้แลคโตสแต่ไม่ชอบนมถั่วเหลืองและยังคงอยากทานดมกับซีเรียลหรือกาแฟในยามเช้า อาหารที่ไม่มีส่วนผสมจากนมเหล่านี้แม้จะไม่มีแคลเซียมโดยธรรมชาติแต่สิ่งเหล่านี้อุดมณ์ไปด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมากซึ่งก็คือ น้ำนมแอลมอนด์ ซึ่งมีแมกนีเซียมและวิตามินอี,น้ำนมข้าวที่เกือบจะไม่มีไขมันอิ่มตัวและอุดมณ์ไปด้วยวิตามินบี 12, น้ำนมมะพร้าวที่รสชาติมันคล้ายนมวัว แต่อุปสรรคอย่างหนึ่งคือมีไขมันอิ่มตัวเป็นจำนวนมาก และน้ำนมจากพืชผักต่างๆ ซึ่งประกอบไปด้วย น้ำนมจากข้าวโอ็ตและ น้ำนมจากข้าวโพด



4. เลือกโยเกิร์ตที่มีแลคโตสน้อยๆ
ถ้าคุณมีอาการแพ้แลคโตสหน่วยงาน Dietary Guidelines for Americans แนะนำว่าคุณควรจะเลือกผลิตภัณฑ์จากนมที่มีประมาณของแลคโตสน้อยๆ เช่น โยเกิร์ตซึ่งใช้แบคทีเรียใส่ลงไปหมักเพื่อให้ได้เป็นโยเกิร์ต Dr.Barto กล่าวว่า "โยเกิร์ตอาจทำให้อาการท้องอืดลดลงเพราะแลคโตสจะถูกย่อยสลายโดยแบคทีเรียที่ดี"




5. ชีส
ชีสหมักจะมีแบคโตสน้อยกว่าผลิตภัณฑ์จากนมอื่นๆ และคุณอาจสามารถทานมันได้เพราะในชีสหมักมีจำนวนแลคโตสเพียงเล็กน้อย ชีสหมักมีคุณค่ากับผู้ที่แพ้แลตโตสเพราะว่ามันเป็นแหล่งอาหารที่มีแคลเซียมและโปรตีน ยกตัวอย่างของชีสที่หมักเป็นเวลานานจะมีแลคโตสที่น้อยมากคือ ชีสสวิส, ชีสพามิซาน (parmesan) และบลูชีส โดยทั่วไปแล้วชีสเหล่านี้จะมีแลคโตสอยู่ประมาณ 2 กรัมต่อน้ำหนักชีส 1 ออนซ์เทียบได้นมหนึ่งแก้วซึ่งมีแลคโตสอยู่ 11 กรัม คุณสามารถลองทานชีสกับแครกเกอร์เพื่อเพิ่มแคลเซียมให้กับร่างกายคุณ




6.ไอศครีมเชอร์เบท
ถ้าคุณเป็นคนชอบทานไอศครีมเป็นของหวานละก็ คุณสามารถทดแทนได้ด้วยการทานเชอร์เบท ในเชอร์เบทมีส่วนผสมของนมอยู่เล็กน้อย และมีปริมาณแลคโตสที่น้อยด้วย โดยหนึ่งถ้วยมีแลคโตสประมาณ 4 ถึง 6 กรัม และประมาณโยเกิร์ตหนึ่งถ้วยหรือเพียงครึ่งถ้วยของไอศครีม เชอร์เบทเป็นตัวอย่างที่ดีของอาหารที่ไม่มีแลคโตสเพราะว่ามันช่วยทำให้คุณไม่ต้องคิดถึงผลิภัณฑ์ที่ทำจากนมเลย Dr.Barto กล่าวว่า ""ถ้าคุณคุณกำลังมองหาของหวานเย็นๆ ที่ปราศจากแลคโตส ขอให้คุณเลือกเชอร์เบทซึ่งเป็นอาหารที่ไม่มีนม



7. ผักใบสีเขียว
คุณสามารถได้รับแคลเซียมในประมาณที่พอดีจากผักที่มีใบสีเขียว ผักที่มีปริมาณแคลเซียมที่สูงประกอบไปด้วย rhubarb, ผักโขม, บร็อคโคลี่ และ kale ยกตัวอย่างเช่น ผักโขมหนึ่งถ้วยปรุงอาหารจะมีแคลเซียมประมาณ 250 มิลลิกรัม  และอาหารอื่นๆ ที่เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้แลคโตสประกอบไปด้วย pinto bean, น้ำส้ม



8. ก้างปลาตัวเล็ก

Dr.Barto กล่าวว่า "มันจำเป็นอย่างมากที่ควรจะรู้ว่า เมื่ออายุมากขึ้น อาการแพ้แลคโตสก็จะมากขึ้นไปด้วย" ที่โชคร้ายคือเมื่อคุณแก่ขึ้นคุณก็จำเป็นต้องการปริมาณแคลเซียมที่ใากขึ้นเหมือนกัน โดยปริมาณแคลเซียมที่แนะนำต่อวันสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปคือ 1200 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่าที่แนะนำสำหรับวันรุ่นและผู้ใหญ่ (1000 มิลลิกรัม) ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มช่วงอายุนี้และมีปัยหากับการทานนม คุณควรจะหาอาหารที่อุดมณ์ไปด้วยแคลเซียมที่ปราศจากนมมารับประทาน อีกหนึ่งตัวเลือกคืออาหารทะเล ปลาตัวเล็กๆ ที่มีก้างนิ่มเช่น ปลาซาดีน จะมีแคลเซียมในประมาณที่สูง ยกตัวอย่างเช่น ปลาซาดีนที่มีก้าง 3 ออนซ์จะมีแคลเซียมประมาณ 300 มิลลิกรัม และปลาอื่นๆ ที่มีแคลเซียมสูงประกอบไปด้วย ปลาแซลมอน และปลาทูน่า





ที่มา: everydayhealth
read more →

กฎแห่งความผอมของ Bob Harper



1. Drink a Large Glass of Water before Every Meal - การดื่มน้ำแก้วใหญ่หนึ่งแก้วก่อนทานข้าวจะช่วยทำให้กระเพาะของคุณรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น


2. Don’t Drink Your Calories - หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแคลอรี่หรือผสมน้ำตาล เช่น น้ำผลไม้, โซดา, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, น้ำอัดลม, กาแฟ (ถ้าจำเป็นต้องดื่มกาแฟให้เลือกแบบหวานน้อย)


3. Eat Protein at Every Meal - การทานโปรตีนจะทำให้ย่อยคาร์โบไฮเดรตได้ช้าลง ผลลัพธ์ที่ได้คือทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดมีค่าคงที่ และช่วยรักษาความสมดุลย์ของระดับความหิวและเป็นแหล่งพลังงานที่ดี อีกทั้งยังทำให้อิ่มได้นานขึ้นด้วย


4. Slash Your Intake of Refined Flours and Grains - หลีกเลี่ยงการทานแป้งเพราะว่าจะทำให้ร่างกายสร้างอินซูลิน (insulin) ซึ่งจะทำให้การลดน้ำหนักเป็นเรื่องยาก
read more →

9 วิธีในการเบิร์นไขมันง่ายๆ - ตอนที่ 2



หลังจากได้อ่านข้อที่ 1 ถึง 5 แล้วใน ตอนที่ 1 มาพบกับข้อที่ 6 ถึง 9 ในตอนที่ 2 นี้ได้เลย


6. รับวิตามิน “I”

ตัว “I” หมายถึง intensity ซึ่งมีความหมายว่า ความเข้มข้น ถ้าคุณชอบเดิน แต่คุณเดินเล่นช้าเหมือนหอยทากคลาน มันคงช่วยอะไรได้ไม่มากนัก ลองแทนที่ด้วยการใส่ วิตามิน “I” หรือ intensity เข้าไปในก้าวย่างของคุณ เดินให้เร็วขึ้นเป็น 4 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 1 ไมล์ต่อ 15 นาที ซึ่งมันจะเป็นผลดีกับระบบหลอดเลือดและหัวใจของคุณแน่นอน คุณสามารถทำสลับกันระหว่างเดินกับวิ่งจ็อกกิ้ง กุญแจสำคัญคือ การเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและการค้นหาความท้าทายในการออกกำลังกายของคุณ

read more →

9 วิธีในการเบิร์นไขมันง่ายๆ - ตอนที่ 1



โดยธรรมาชาติแล้วอัตราการเผาผลาญอาหาร (metabolism) ของทุกๆ คนจะลดลงเมื่อมีอายุมากขึ้น เช่นถ้าคุณมีอายุ 40 ปี คุณจะสามารถเผาผลาญได้ 100 ถึง 300 แคลอรี่ซึ่งเผาผลาญได้น้อยกว่าในตอนที่คุณอายุ 30 ปี กล่าวโดย ศาสตราจารย์ด้านการแพทย์ Pamela M. Peeke เจ้าของหนังสือ Body for Life for Women จาก University of Maryland in Baltimore และนั่นอาจทำให้คุณมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 10 - 25 ปอนด์ทุกปี แต่คุณสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้และเพิ่มอัตรการเผาผลาญไขมันได้เพียงแค่ปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันของคุณไม่กี่อย่าง วิธีการนี้จะช่วยให้คุณรับมือกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นและเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น



1. แค่ 5 นาที

ออกกำลังกาย 5 นาทีทุกเช้า พวกเราทุกคนมี metabolic thermostat ซึ่งมีบทบาทหน้าที่ในการควบคุมอุณหภูมิในร่างกายและอัตรการเผาผลาญแคลอรี่ ซึ่งถูกเรียกว่า metastat โดยอัตราการเผาผลาญสามารถเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ และในตอนเช้าจะเป็นเวลาที่กระตุ้นมันได้ดีที่สุด ในแต่ละวัน metastat ของคุณจะรอสัญญาเพื่อที่จะเพิ่มอัตราการเผาผลาญ ดังนั้นคุณสามารถเพิ่มสัญญาณที่ส่งไปให้ดียิ่งขึ้นได้โดยการออกกำลังกายเบาๆ ทั้งตัวเช่น การเดินหรือ การดันพื้น (push-ups)

read more →

ควรทานอะไร? ก่อน, หลัง และระหว่างออกกำลังกาย


การดื่มเกลือแร่ (sport drink), energy gel หรือ กินขนมที่ให้พลังงานในช่วงพักระหว่างออกกำลังกายอาจเป็นความคิดที่ดีแต่มีรายงานจาก American College of Sports Medicine กล่าวว่า สิ่งเหล่านั้นอาจไม่จำเป็นอีกต่อไปซึ่งรายงานนี้ถูกตีพิมพ์ร่วนกันระหว่างวารสาร Medicine & Science in Sports & Exercise กับ Journal of the American Dietetic Association ในหัวข้อว่า เวลาที่ดีที่สุดในการเติมพลังงานในช่วงการออกกำลังกายเพื่อให้ดีต่อสุขภาพที่สุดและประเภทของแหล่งพลังงานที่ร่างกายต้องการจริงๆ

read more →

สุดยอดอาหาร 3 อย่างที่จะช่วยผลักดันพลังเซ็กส์ของคุณ


แน่นอนว่าถ้าคุณรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ไม่รับประทานอาหารที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น อาหารทอด อาหารมัน และหมั่นดูแลสุขภาพร่างกาย คุณอาจจะปฏิบัติกิจกรรมบนเตียงได้ดีเยี่ยม แต่จะดียิ่งขึ้นถ้าคุณเพิ่มโดยการรับประทานอาหาร 3 อย่างนี้เข้าไปด้วย คุณอาจจะรู้สึกว่าหัวใจของคุณเต้นเร็วขึ้น และเลือดลมสูบฉีดดีขึ้น

1. หอยเชลล์ (scallop)
ในหอยเชลล์อุดมณ์ไปด้วยสังกะสี (zinc) ซึ่งสังกะสีจำเป็นสำหรับการเจริญพันธุ์, ความแข็งแรง, แรงขับเคลื่อนทางเพศ และสุขภาพทางเพศในระยะยาว แร่ธาตุนี้เป็นส่วนช่วยในกระบวนการผลิตอสุจิ ถ้ามีสังกะสีน้อยก็จะทำให้ปรมาณตัวอสุจิในน้ำเชื้อลดลงและระดับฮอร์โมนเพศชาย(testosterone) ลดลง

read more →

การรับประทานอาหารนอกบ้าน อาจทำร้ายหัวใจคุณได้


หนึ่งในข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ออกไปรับประทานอาหารตามร้านอาหารคือ หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกทอด, แป้ง, ครีม และเนย

การรับประทานอาหารนอกบ้านสามารถทำให้น้ำหนักคุณเพิ่มได้และเพิ่มอัตราเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ, เบาหวาน และโรคอื่นๆ นั่นเป็นเพราะว่า รายการอาหารที่เป็นที่นิยทมักจะมีไขมันและแคลอรี่เยอะและเยอะกว่ามื้ออาหารปกติที่บ้านคุณเสียอีก

ผู้เชี่ยวชาญจาก University of Alabama at Birmingham สำรวจชาวอเมริกันผู้ที่รับประทานอาหารนอกบ้าน โดยเฉลี่ย 4 ถึง 5 ครั้งต่อสัปดาห์

read more →

3 ข้อแนะนำง่ายๆ ที่จะทำให้น้ำหนักคุณลดลงอย่างรวดเร็ว


1. ทานอาหารที่มีโซเดียมให้น้อยลง
หน้าที่หลักๆ ของโซเดียมในร่างกายคือจะช่วยปรับสมดุลของเหลวในร่างกาย ไตเป็นอวัยวะที่เป็นตัวควบคุมปริมาณโซเดียมในร่างกาย

ถ้าในร่างกายคุณมีโซเดียมมากเกินไป และไตของคุณขับโซเดียมออกไม่หมดจะทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา เช่น หัวใจ สมอง ไต เสียการทำงาน โรคความดันเลือดสูงและทำให้คุณ “บวมน้ำ” การลดปริมาณโซเดียมลงจะช่วยลดอาการบวมน้ำและทำให้คุณผอมลงได้เร็ว

read more →

การอดนอนอาจเป็นสาเหตุทำให้คุณทานอาหารขยะมากขึ้น


การศึกษากลุ่มตัวอย่างวัยรุ่นจำนวนไม่มากจากการเลือกรับประทานอาหารของพวกเขาเมื่อไม่ได้นอน

การอดนอนนั้นทำให้คุณอยากทานอาหารที่มีแคลอรี่สูงในสัดส่วนที่มากขึ้น และเพิ่มอัตราเสี่ยงที่น้ำหนักคุณจะเพิ่มขึ้นในระยะยาว

นักวิจัยชาวสวีเดนได้สอบถามผู้ชายที่มีน้ำหนักปกติ 16 คนเกี่ยวการเลือกทานอาหารที่มีแคลอรี่สูงและขนม โดยการทดสอบแบ่งเป็นสองช่วงคือ ช่วงแรกให้พวกเขานอนหลับปกติประมาณ 8 ชั่วโมง และช่วงหลังให้พวกเขาไม่ได้นอนทั้งคืน

read more →

ทานเนื้อแดงเสี่ยงโรคมะเร็งและหัวใจ


ผู้ที่ทานเนื้อแดงในปริมาณมากๆ อาจทำให้อายุสั้นลง ในขณะที่ผู้ที่รับประทานปลากับสัตว์ปีกมากกว่าจะช่วยยืดเวลาออกไป

เนื้อแแดงมีความเกี่ยวข้องกับการเพิ่มอัตราความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ, มะเร็ง และโรคอื่นๆ อีกมาก

ผู้คนเป็นจำนวนมากจะได้รับโปรตีนและไขมันจากแหล่งที่มาหลักคือเนื้อแดง แต่เนื้อแดงมีสวนเกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดโรคเบาหวาน, โรคหลอดเลือดและหัวใจ, และมะเร็งอีกหลายชนิด

read more →