แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ abs workout แสดงบทความทั้งหมด

คู่มือแนะนำสำหรับมือใหม่อยากมีซิกแพค

ไม่ว่าใครก็ตามที่เดินเข้ามาในฟิตเนส ก็คงอยากมีซิกแพคเหมือนกันทุกคนนั่นแหละ

และก็ยังมีหลายคนที่ถึงแม้จะเข้าฟิตเนสมาเป็นปีแล้วแล้ว เริ่มมีกล้ามเนื้อขึ้นมาให้เห็นบ้างแล้ว แต่สำหรับกล้าท้องหรือซิกแพคนั้นยังคงไปไม่ถึงไหนเลย พอเห็นแค่ลาง ๆ อยู่ใต้ผิวหนังแค่นั้น นั่นเป็นเพราะว่าบางทีวิธีการที่คุณปฏิบัตินั้นอาจยังไม่ถูกจุด ซึ่งแน่นอนว่าจำนวนเวลาที่ใช้ในฟิตเนสนั้นไม่ได้เป็นตัวกำหนดปัจจัยว่าคุณจะมีซิกแพคช้าหรือเร็วแค่ไหน แต่เป็นวิธีการปฏิบัติในการสร้างกล้ามท้อง หรือซิกแพคที่ถูกต้องต่างหากล่ะ



แม้ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ หรือคนที่ไม่เคยประสบผลสำเร็จในการสร้างซิกแพคจากช่วงเวลาที่ผ่านมาเลยก็ตาม ทุกสิ่งในบทความนี้เป็นสิ่งที่คุณควรรู้ไว้หากคุณต้องการมีซิกแพค

รู้จักกับกล้ามเนื้อซิกแพค (Rectus Abdominis) และวิธีการฝึก
เมื่อมีคนพูดถึงซิกแพค จริง ๆ แล้วพวกเขากำลังพูดถึงกล้ามเนื้อส่วนหนึ่งซึ่งเรียกว่า Rectus Abdominis ซึ่งกล้ามเนื้อนี้จะอยู่ระหว่างกระดูกซี่โครง ไล่ลงมาจนถึงด้านบนสุดของกระดูกหัวหน่าว ดังนั้นถ้าคุณอยากให้ซิกแพคของคุณคมชัดออกมา คุณก็จำเป็นต้องฝึกกล้ามเนื้อส่วนนี้


เนื่องจาก Rectus Abdominis ถูกออกแบบเพื่อให้เชื่อมระหว่างกระดูกซี่โครงล่างกับกระดูกหัวหน่าวเข้าด้วยกัน ดังนั้นการกล้ามเนื้อส่วนนี้จะทำงานเมื่อเรางอตัว เช่นการทำท่า Crunch หรือ Reverse Crunch และจากงานวิจัยของ American Council ได้แสดงให้เห็นว่าท่าอออกกำลังกาย Crunch นั้นใช้งานกล้ามเนื้อ Rectus Abdominis ได้ดีกว่าท่าออกกำลังกายกล้ามท้องทั่ว ๆ ไปเช่น ท่า Plank, Sit Up, และ Boat Pose แต่แทนที่คุณจะฝึกโดยพยายามทำท่า Crunch ให้ได้จำนวนมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ให้คุณฝึกโดยค่อย ๆ ทำอย่างช้า ๆ และพยายามโฟกัสที่การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อแทนจะดีกว่า โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวขณะเอนตัวลง (Eccentric Contraction) ซึ่งการเคลื่อนไหวในช่วงนี้จำเป็นมากสำหรับการทำให้กล้ามเนื้อได้รูป

ข้อสำคัญคือควรเน้นที่คุณภาพมากกว่าปริมาณ ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดอาการบาดเจ็บที่หลังได้ ให้มั่นใจเสมอว่าคุณปลอดภัยจากการฝึก หากคุณมีอาการบาดเจ็บที่หลัง และอยากฝึกกล้ามท้องให้คุณทำท่า Crunch โดยสอดมือทั้งสองข้างที่ด้านล่างของหลังช่วงล่าง แล้วยกเฉพาะศีรษะ และช่วงไหล่ขึ้นมา ไม่ต้องสูงมาก แล้วข้างไว้ 10 วินาที จากนั้นผ่อนหลายกลามเนื้อแล้วแอนลงไป การเคลื่อนไหวแบบนี้จะช่วยให้น้ำหนักไม่กดลงที่กระดูกสันหลังช่วงล่าง ทำให้หลังของคุณไม่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ

(เพิ่มเติม: 6 ขั้นตอนสร้าง Sixpack ให้คมชัด สวยงาม)

อย่าละเลยการฝึกกล้ามท้องภายใน
แม้ว่ากล้ามท้องซิกแพค หรือ Rectus Abdominis จะเป็นกล้ามเนื้อที่คุณต้องการเห็นเวลาที่ส่องกระจก แต่คุณยังมีกล้ามท้องภายใน ซึ่งประกอบไปด้วย Internal Oblique, Internal Oblique , และ Transverse abdominis ซึ่งกล้ามเนื้อเหล่านี้เป็นรากฐานให้กับซิกแพคของคุณ คุณคงไม่อยากสร้างตึกที่มีรากฐานที่อ่อนแอจริงไหม? กล้ามเนื้อเหล่านี้จะถูกใช้งานเมื่อคุณออกกำลังกายกล้ามท้อง เช่น ท่า Plank, Dead Bug, Core Twist, และ Farmer's Walk ซึ่งช่วยให้ช่วงลำตัวของคุณมีความเสถียรมากขึ้น

(เพิ่มเติม: 3 เหตุผลที่ทำไมเล่นกล้ามท้องไม่โดน)

รู้จักกับเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย
ไม่สำคัญว่าคุณจะมีช่วงลำตัว หรือมัดกล้ามท้องที่แข็งแรงขนาดไหน คุณจะไม่มีทางมองเห็นซิกแพคของคุณได้หากกล้ามเนื้อเหล่านั้นถูกซ่อนอยู่ภายใต้ชั้นไขมันอันหนาแน่น  ในแต่ละบุคคลจะมีรูปแบบของร่างกาย และการกระจายตัวของไขมันแตกต่างกัน บางคนมีไขมันที่ขาเยอะ บางคนมีที่แขนเยอะ และบางคนที่มีหน้าท้องเยอะ โดยทั่วไปแล้วเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายของผู้ชายที่เหมาะสมอยู่ในช่วง 8 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ หากคุณต้องการให้เห็นซิกแพคแบบคมชัด คุณต้องลดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายให้ได้ต่ำกว่า 6 เปอร์เซ็นต์ และต้องคำนึงถึงสุขภาพของคุณด้วย

(เพิ่มเติม: โปรแกรมคำนวณหาเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย)

จัดการกับมื้ออาหารให้ถูกต้อง
ส่วนหนึ่งที่ช่วยรักษาระดับเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายคือการทานอาหารที่ถูกต้อง และยังช่วยให้พัฒนาการในการกล้ามเนื้อเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

คาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าวกล้อง, มันสำปะหลัง, และผลไม้จะเป็นเชื้อเพลิงให้คุณใช้ในการออกกำลังกาย อาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น ไข่, เนื้อไม่ติดมัน, และปลา จะช่วยซ่อมแซม และสร้างกล้ามเนื้อให้เพิ่มขึ้น และไขมันไม่อิ่มตัวจาก อัลมอนด์, วอลนัท, อะโวคาโด, และน้ำมันมะกอก จะช่วยให้ระบบเผาผลาญพลังงานทำงานได้อย่างเต็มที่ และมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายของคุณดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นด้วย


โดยทัวไปแล้วควรเลือกทานอาหารที่มีใยอาหารสูง, ไขมันดี, โปรตีน, และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง และเนื้อแปรรูป เพราะมีโซเดียมเยอะ และยังเป็นสารก่อมะเร็งด้วย จำไว้เสมอว่าคุณไม่สามารถออกกำลังกายด้วยการทานอาหารแย่ ๆ ได้หรอก

(เพิ่มเติม: 3 ปัจจัยในการควบคุมอาหาร และแบ่งสัดส่วนของอาหาร)

เวทขาด้วย
เมื่อถึงเวลาสร้างซิกแพค หลาย ๆ คนมักจะละเลยการออกกำลังกายกล้ามเนื้อส่วนอื่นที่ไม่ได้อยู่ในช่วงลำตัว แต่การที่จะให้ซิกแพคของคุณคมชัดออกมา คุณจำเป็นต้องฝึกกล้ามเนื้อให้ครบทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือกล้ามเนื้อขา กล้ามเนื้อยิ่งใหญ่ ยิ่งใช้พลังงานเยอะ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขา คุณสามารถออกกำลังกายช่วงล่างของร่างกายได้โดยฝึกท่าเหล่านี้ เช่น ท่า Squat, Lunge, และ Dead Life จะดียิ่งขึ้นถ้าคุณโฟกัสกล้ามท้องไปด้วยขณะฝึกท่าเหล่านี้

(เพิ่มเติม: 10 วิธีสร้างกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว)

ดื่มน้ำให้มาก
น้ำนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากไม่ว่าคุณจะมีเป้าหมายแบบไหนก็ตาม คุณต้องดื่มน้ำให้มากหากคุณต้องการให้กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างเต็มที่ ร่างกายคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบมากถึง 2 ใน 3 ส่วน ดังนั้นจงแน่ใจว่าคุณยังรักษาระดับน้ำในร่างกายได้เท่านั้น น้ำนั้นยังช่วยขับสารพิษ และเกลือส่วนเกินออกจากร่างกายได้อีกด้วย ควรดื่มน้ำให้มากพอที่ปัสสาวะจะสีจางใส ไม่เหลืองจัด

ที่มา: MensFitness
read more →

คุณเกลียดท่าฝึกกล้ามท้องไหม?

ที่จริงแล้วกล้ามหน้าท้องของคุณสามารถเติบโตได้ แม้ไม่ต้องฝึกมันตรงๆ ก็ได้ เหมาะสำหรับคนที่เบื่อท่าฝึกกล้ามท้องอย่างเช่น ท่า Crunch , หรือท่า Sit-up


หน้าที่หลักของกล้ามเนื้อหน้าท้องคือป้องกันไม่ให้กระดูกสันหลังงอ, บิด, หรือยืดมากเกินไป กล่าวอีกนัยหนึ่งคือเพื่อรักษาความสมดุลย์ให้กับร่างกาย และการมีกล้ามท้องที่แข็งแรงจะช่วยพยุงไม่ให้อวัยวะภายในดันจนท้องป่องออกมา ทำตามทั้งสามขั้นตอน แล้วคุณจะเริ่มเห็นร่องกล้ามท้องของคุณปรากฎออกมา


ขั้นที่ 1: ยกให้สูงกว่าศีรษะ
การฝึกท่า Military Press และท่า Snatch นั้นกล้ามหน้าท้องของคุณจะถูกใช้งานอย่างหนักเพื่อรักษาฟอร์มขณะยกขึ้น

ท่า Military Press


ท่า Snatch 


ขั้นที่ 2: ยกด้วยขาข้างเดียว หรือด้วยแขนข้างเดียว
การฝึกแค่ข้างเดียวของร่างกายจะสร้างความท้าทายให้กับการรักษาสมดุลย์ของร่างกายคุณ นั่นหมายความว่ากล้ามเนื้อช่วงลำตัว หรือกล้ามหน้าท้องจะทำงานมากขึ้น

ขั้นที่ 3: จับ และโยน
การฝึกโดยการส่งลูกหนังสำหรับโยนออกกำลัง หรือ Medicine Ball กล้ามท้องจะถูกใช้งานระหว่างการรับและการส่ง

(เพิ่มเติม: 3 เหตุผลที่ทำไมเล่นกล้ามท้องไม่โดน)

สิ่งสำคัญ: กินคลีน ไม่สำคัญว่าคุณจะมีกล้ามท้องที่แข็งแรงขนาดไหน ซิคแพ็คของคุณจะยังไม่ปรากฎออกมาจนกว่าไขมันในร่างกายของคุณจะลดเหลือประมาณ 10 % นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ควรให้ความสำคัญกับการควบคุมอาหารด้วย

(เพิ่มเติม: เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย: ผู้ชาย)

ที่มา: MuscleAndFitness
read more →

7 ทริปช่วยเพิ่มความชัดของกล้ามท้อง

ฝึกกล้ามท้องมานาน ซิคแพคก็ยังไม่ชัดสักที บทความนี้เราขอเสนอทริป 7 อย่างเพื่อช่วยให้คุณมีซิคแพคที่คมชัดขึ้นกว่าเดิม

1. อย่ากินคาร์โบไฮเดรตย่อยเร็ว
คาร์โบไฮเดรตที่ย่อยเร็วทำให้อินซูลินพุ่งสูงขึ้น ซึ่งบั่นทอนการเผาผลาญไชมันและยังทำให้ร่างกายเก็บไขมันในร่างกายมากขึ้นด้วยโดยเฉพาะหน้าท้องของคุณ ควรหลีกเลี่ยงคาร์บจากแหล่งอาหารต่อไปนี้คือ ข้าวขาว, แป้งขาว, มันฝรั่ง, น้ำอัดลม, เครื่องดื่มเกลือแร่, น้ำตาล และหันมาทานคาร์บจากอาหารเหล่านี้แทน โฮลวีท, ข้าวโอ็ต, มันเทศ, ผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย, และข้าวกล้อง ซึ่งเป็นคาร์บย่อยช้า แต่มีข้อยกเว้นให้คุณทานคาร์บย่อยเร็วได้ในกรณีหลังออกกำลังกายเสร็จ เพราะว่าร่างกายคุณจำเป็นต้องการการฟื้นฟูและเพิ่มการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ


2. อย่าละเลยวิธีการออกกำลังกายแบบไอโซเมตริก (Isometric Exercise)
การออกกำลังกายแบบไอโซเมตริกคือการออกกำลังกายแบบเกร็งกล้ามเนื้อส่วนหนึ่งของร่างกาย เช่น กล้ามท้อง ซึ่งจะคล้ายกับตอนที่นักเพาะกายโพสท่าบนเวทีประกวด วิธีทำคือให้คุณเกร็งกล้ามเนื้อแต่ละส่วนประมาณ 6-10 วินาที จากนั้นหยุดเกร็งกล้ามเนื้อประมาณ 6-10 นาที ควรทำประมาณ 10-20 เซ็ต การออกกำลังกายแบบนี้มีข้อดีคือคุณสามารถทำที่ไหนก็ได้ไม่ว่าจะเป็นขณะขับรถยนต์ หรือแม้กระทั่งตอนนั่งทำงานอยู่

(เพิ่มเติม: วิธีฝึกท่า Plank: เพิ่มความแข็งแรงของช่วงลำตัว)

3. อย่ากั้นหายใจขณะฝึก
เมื่อคุณกำลังฝึกกล้ามท้องเช่นท่า crunch คุณควรหายใจออกเมื่อคุณขึ้นมาถึงตำแหน่งบนสุด นี่เป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะว่ามันจะช่วยให้คุณมีสมาธิในการโฟกัสกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น และควรค้างไว้ประมาณหนึ่งถึงสองวินาทีในตำแหน่งด้านบนเพื่อให้มัดกล้ามเนื้อทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ


4. อย่าหยุด
การฝึกกล้ามเนื้อทั่วไปจะแบ่งเป็นช่วงจำนวนครั้ง เช่น ทำ 8-10 หรือ 12-15 ครั้งต่อเซ็ต แต่ถ้าคุณฝึกกล้ามท้องด้วยน้ำหนักตัวของร่างกาย คุณควรฝึกด้วยวิธีที่ไม่นับจำนวนครั้ง ควรใช้วิธีทำหลายๆ ครั้งจนกว่าคุณจะทำต่อไม่ไหวจะดีกว่า

5. อย่าลืมแผ่นน้ำหนัก
หลายคนกังวลว่าถ้าพวกเขาใช้แผ่นน้ำหนักด้วยขณะฝึกกล้ามท้อง มันจะทำให้ลำตัวของพวกเขาหนาและตัน แต่กล้ามท้องก็เหมือนกล้ามส่วนอื่น ถ้าคุณจะเพิ่มขนาดและความชัดคุณก็ต้องเพิ่มแรงต้านทานด้วยแผ่นน้ำหนัก คุณลองนึกภาพคุณกำลังฝึกท่า biceps curl แบบมือเปล่าดูสิ ควรใช้จำนวนน้ำหนักที่จะทำให้คุณฝึกได้ 8-10 ครั้งต่อเซ็ต

(เพิ่มเติม: 3 เหตุผลที่ทำไมเล่นกล้ามท้องไม่โดน)

6. อย่าฝึกกล้ามท้องเป็นท่าแรก
บางคนอาจเคยได้รับการแนะนำให้ฝึกกล้ามท้องเป็นอย่างแรกก่อน เพื่อไม่ให้ข้ามการฝึกเมื่อฝึกส่วนอื่นจนครบแล้ว แต่เราไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้ จากงานวิจัยของ Weider Research Group พบว่าเมื่อให้ผู้ถูกทดสอบฝึกกล้ามท้องก่อนท่าที่ใช้กล้ามเนื้อขาอย่าง squat พวกเขาจะฝึกท่า squat ได้จำนวนครั้งน้อยกว่าผู้ที่ฝึกกล้ามท้องหลังจากฝึก squat เสร็จแล้ว เพราะว่าทั้งกล้ามท้องด้านหน้า ,ด้านข้าง, และตามขวางทำงานร่วมกันเพื่อรักษาความสเถียรของช่วงลำตัว เมื่อคุณใช้งานพวกมัน จะทำให้ช่วงลำตัวคุณอ่อนแอลงเป็นสาเหตุที่ทำให้ให้แรงของคุณลดลง

7. อย่าฝึกกล้ามท้องด้วยความเร็วเดิมๆ
การเปลี่ยนความเร็วในการฝึกจากช้าไปถึงเร็วแบบควบคุมได้ ช่วยให้คุณสามารถใช้ประโยชน์จากมัดกล้ามเนื้อเพื่อสร้างพลัง, ความแข็งแรง, และขนาดได้มากขึ้น งานวิจัยจากประเทศสเปน นักวิจัยได้ทำการทดสอบการทำงานของกล้ามเนื้อทุกส่วนไม่ว่าจะเป็น rectus abdomimis (กล้ามท้องซิคแพค), obliques (กล้ามท้องด้านข้าง) ทั้งด้านนอก และด้านใน, และ spinal erectors โดยให้ผู้เข้าร่วมทดสอบทำท่า crunch ต่อครั้งด้วยเวลา 4 วินาที, 2 วินาที, 1.5 วินาที, 1 วินาที, และเร็วสุดที่เป็นไปได้ รายงานนี้ถูกตีพิมพ์ในปี 2008 ที่นิตยสาร Strength & Conditioning Research ว่าการฝึกท่า crunch ที่เพิ่มความเร็วขึ้นจะกระตุ้นการใช้งาน obliques(กล้ามเนื้อด้านข้าง) ส่วนภายนอกได้มากกว่าการทำแบบช้าถึง 6 เท่า ดังนั้นอย่าพลาดที่จะลองเปลี่ยนความเร็วในการฝึก

ที่มา: MuscleAndFitness
read more →

ท่า Side Plank เพื่อกระชับหน้าท้องด้านข้าง

หลายคนคงรู้จักท่าออกกำลังกายหน้าท้องสุดฮิตอย่างท่า Plank แต่ท่า Plank ปกตินั้นจะเน้นที่กล้ามท้องด้านหน้า (abs) แต่สำหรับผู้ที่อยากกระชับหน้าท้องด้านข้าง (oblique) ควรเพิ่มท่า Plank ด้านข้างหรือ Side Plank เข้าไปในโปรแกรมการฝึกของคุณ การมีกล้ามเนื้อช่วงลำตัวที่แข็งแรงจะช่วยให้คุณสามารถออกกำลังกายประเภทต่างๆ เช่น วิ่ง, ว่ายน้ำ, หรือเต้นได้นานและหนักขึ้น บทความนี้จะนำเสนอท่า Side Plank หลายๆ ท่า ซึ่งจะเรียงลำดับจากง่ายไปถึงยาก

1. Side Plank


เริ่มต้นด้วยท่า Side Plank แบบปกติก่อน ซึ่งท่านี้จะช่วยกระชับกล้ามท้องทั้งด้านหน้าและด้านข้างได้ดี

- เริ่มโดยการอยู่ในท่า Plank แบบปกติ (ท่าเตรียมของท่าดันพื้น แขนตรง) จากนั้นหมุนลำตัวด้านซ้ายขึ้นพร้อมกับเท้าด้วย จากนั้นร่างกายคุณจะรักษาสมดุลย์ด้วยเท้าซ้าย และลำตัวด้านขวา ถ้าอยากเพิ่มความท้าทายให้เอาเท้าขวาวางไว้บนเท้าซ้าย

- ยกแขนขวาขึ้นด้านบนและยกสะโพกของคุณขึ้นให้ห่างจากพื้นเพื่อให้กล้ามท้องด้านข้าง (oblique) ได้ทำงาน จากนั้นวางต้นขาข้างซ้ายไว้บนต้นขาข้างขวา ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายคุณเสถียรขึ้น


- วางนิ้วมือของคุณไว้บนพื้น

- ค้างไว้ 30 วินาทีหรือจนกว่าจะไม่ไหว เมื่อครบกำหนดให้เปลี่ยนไปทำอีกข้าง เมื่อทำครบทั้งสองข้างนับเป็น 1 เซ็ตแล้วพัก ทำ 3 เซ็ต

(เพิ่มเติม: วิธีฝึกท่า Plank: เพิ่มความแข็งแรงของช่วงลำตัว)

2. Pulsing Side Elbow Plank


ท่านี้เหมาะกับการกระชับกล้ามท้องด้านข้างมากๆ แถมกล้ามเนื้อปีกหลังของคุณ (lat) ยังได้ทำงานอีกด้วย

- เริ่มต้นโดยอยู่ในท่า Plank ที่ใช้ข้อศอกข้างขวาพร้อมกับเหยียดขาตรงและให้เท้าข้างซ้ายวางบนเท้าข้างขวา

- หายใจเข้าพร้อมกับลดเอวลงไปจนเกือบจะแตะที่พื้น จากนั้นหายใจออกพร้อมกับยกเอวขึ้นมาในท่าเริ่มต้นนับเป็น 1 ครั้ง

- ทำซ้ำ 10 - 15 ครั้งต่อ 1 เซ็ต แล้วเปลี่ยนไปทำอีกข้าง ทำทั้งหมด 3 เซ็ต

(เพิ่มเติม: ทำไมพุงถึงไม่หายไปสัก)

3. Star Plank


ท่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่เชี่ยวชาญในการทำท่า Side Plank แล้ว ถึงเวลาที่จะเพิ่มความท้าทายให้กับกล้ามเนื้อช่วงลำตัวของคุณ โดยการยกขาอีกข้างขึ้นด้านบน หากคุณทำท่านี้ได้ถือว่าคุณแข็งแรงมาก

- รักษาสมดุลย์ร่างกายของคุณโดยใช้มือข้างขวา และเท้าขวาด้านนอก จากนั้นยกแขนข้างซ้ายขึ้นค้างไว้ในอากาศ ถือเป็นท่าเตรียม

- พยายามรักษาหลังให้ตรง จากนั้นยกขาข้างซ้ายขึ้นให้สูงที่สุดเท่าที่สูงได้ไม่ให้เอวของคุณโน้มลงมาที่พื้น จากนั้นค่อยๆ ลดขาข้างขวาลงมาอยู่ในท่าเตรียม

- ทำ 10 - 15 ครั้งในแต่ละข้าง ทำทั้งหมด 3 เซ็ต

(เพิ่มเติม: 3 เหตุผลที่ทำไมเล่นกล้ามท้องไม่โดน)

4. Elbow Plank With a Twist


เพิ่มการบิดลำตัวเข้าในในท่า Side Plank ซึ่งจะทำให้กล้ามท้องด้านข้างของคุณทำงานมากขึ้น

- เริ่มต้นโดยทำท่า Plank ด้วยข้อศอกข้างขวา และวางเท้าซ้ายไว้บนเท้าขวา วางนิ้วมือข้างขวาทั้งหมดลงกับพื้น โดยนิ้วมือชี้ออกจากลำตัวของคุณ

- วางแขนข้างซ้ายไว้บนศรีษะ และหายใจเข้าเพิ่มเตรียมตัว


- หายใจออกพร้อมกับหมุนลำตัวด้านซ้ายจนมาจนกระทั้งปลายข้อศอกของแขนข้างซ้ายสัมผัสกับมือข้างขวาของคุณ ค้างไว้ซักพักแล้วบิดลำตัวเข้าไปอีกเพื่อให้กล้ามท้องได้ทำงานมากขึ้น

- จากขึ้นกลับคืนสู่ท่าเตรียมและทำซ้ำ 10 ครั้งแล้วเปลี่ยนไปทำอีกข้าง ทำทั้งหมด 3 เซ็ต

(เพิ่มเติม: ท่าออกกำลังกายกระชับหน้าอก)

5. Side Plank Crunch


เป้าหมายของท่านี้คือกล้ามท้องด้านข้างทั้งหมด

- เริ่มต้นโดยทำท่า Plank โดยใช้ข้อศอกข้างซ้ายวางกับพื้นและยกมือขวาไว้หลังศรีษะของคุณ

- รักษาลำตัวของคุณให้มั่นคงจากนั้นยกเอวขึ้น และดึงขาข้างขวาขึ้่นมาพร้อมกับลดข้อศอกลงมาเล็กน้อยจนกระทั่งหัวเข่าสัมผัสกับข้อศอก

- วางขาลงไปกลับสู่ท่าเริ่มต้นนับเป็น 1 ครั้ง

- ทำ 10 ครั้งของแต่ละข้างนับเป็น 1 เซ็ต ทำทั้งหมด 3 เซ็ต

ที่มา: FitSugat
read more →

3 เหตุผลที่ทำไมเล่นกล้ามท้องไม่โดน


คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเกือบทุกคนที่พยายามเล่นกล้ามท้องอย่างเอาเป็นเอาตายก็คือ อยากมีซิคแพคที่คมกริบตลอดลำตัว แล้วคุณเคยมีอาการที่ว่าเล่นกล้ามท้องยังไงซิคแพคก็ไม่คมขึ้นซักทีรึเปล่า คุณมีพฤติกรรมตามสามข้อนี้หรือเปล่า ถ้าใช่ละก็ถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องปรับมันใหม่

1. เล่นกล้ามท้องโดยไม่ใช้น้ำหนัก
สิ่งที่จะช่วยกระตุ้นมัดกล้ามให้เจริญเติบโตขึ้นคือการเพิ่มแรงต้าน คุณคงไม่คาดหวังจะให้กล้ามเนื้อไบเซปโตขึ้นซักสองนิ้วจากการเล่นท่า biceps curl โดยใช้แขนเปล่าๆ หรอกมั้ง แล้วมันจะต่างอะไรกับกล้ามท้อง การฝึกกล้ามท้องก็จะเป็นต้องใช้น้ำหนักเข้ามาช่วยฝึกเหมือนกัน การที่คุณฝึกโดยใช้น้ำหนักร่างกายอย่างเดียว 50, 60 หรือแม้แต่ 100 ครั้งมันไม่ได้ช่วยให้กล้ามเนื้อใหญขึ้น แต่มันจะทำให้คุณอึดขึ้นเท่านั้นเอง

แนะนำ: ลองโยนลูกบอลขณะที่นั่งอยู่บนลูกบอลออกกำลังกายดังรูปด้านล่าง โยนประมาณ 12 ถึง 15 ครั้งเมื่อครบแล้วก็ทำซ้ำทั้งหมดสามถึงสี่เซ็ต


2. คุณฝึกกล้ามมากเกินไป
แม้ว่ามัดกล้ามเนื้อช่วงท้องจะสามารถฟื้นฟูได้เร็ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันไม่จำเป็นต้องพัก การฝึกกล้ามท้องในทุกวันที่ออกกำลังกายจะทำให้คุณเจ็บ และไม่สามารถเพิ่มขนาดของมัดกล้ามเนื้อได้

แนะนำ: ฝึกกล้ามท้องหนึ่งถึงสองวันต่อสัปดาห์ โดยฝึกวันละสามถึงสี่ท่า





3. คุณอยู่แต่บนพื้น
การ cruches และ sit-ups เป็นท่าที่คนส่วนใหญ่ใช้ในการฝึกกล้ามท้อง แต่การนอนลงบนพื้นอาจไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีนัก ควรฝึกโดยการยืน, ใช้หัวเข่า, บิดลำตัว, ยกน้ำหนักขึ้นมาแล้วรักษาสมดุลย์ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นที่มัดกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น

แนะนำ: ลองฝึกซักสองท่าที่ไม่ได้นอนกับพื้น ตามด้านล่างนี้

Hanging Leg Lift
กำมือรอบบาร์โดยให้ฝ่ามือหันออกจากตัว จับบาร์ให้กว้างประมาณไหล่ ค้างตัวไว้บนบาร์แล้วค่อยๆ ยกสะโพกด้านหลังขึ้นมาจนขาของคุณอยู่ในระดับสายตา เสร็จแล้วค่อยๆ ผ่อนลงจนกลับสู่ท่าค้างตัวบนบาร์ พยายามอย่าให้เกิดการเหวี่ยงขา ทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนทำต่อไม่ไหว

ถ้าการรักษาสมดุลย์ขณะยกขาขึ้นมาเป็นเรื่องยาก คุณสามารถปรับท่าทางโดยการหนีบหัวเข่าขึ้นมาแตะกับหน้าอกแทนก็ได้


Side Wood Chops
เริ่มต้นโดยการยืนให้เท้ากว้างกว่าไหล่เล็กน้อย และห่างออกมาจากเสาเคเบิ้ล ปรับที่จับให้อยู่ระบบเดียวกันหน้าอก ล็อกแขนไว้กับที่จับ แล้วหมุนลำตัวดึงสายเคเบิ้ลเข้ามาอย่าให้เกิดแรงดึงจากแขน ล็อคแขนไว้จนกระทั่งแขนของ ค่อยๆ กลับท่าเริ่มต้นอย่างช้าๆ ปรับน้ำหนักให้คุณทำได้ 12 ถึง 15 ครั้งแล้วหมดแรงเสร็จแล้วเปลี่ยนไปทำอีกด้าน กล้ามเนื้อช่วงเอวคุณจะแข็งแกร่งขึ้นแน่นอน
คุณผ่านลำตัวไป


ที่มา: MensFitness
read more →

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการเล่นกล้ามท้อง



มีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการเล่นกล้ามท้องอยู่มากมาย ดังนั้นเราจึงต้องช่วยปัดเป่าความเชื่อเหล่านั้นให้หายไปจากคุณ ลองปรับโปรแกรมของคุณใหม่ด้วยข้อแนะนำเหล่านี้และภายในสี่สัปดาห์จะคุณจะเห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ขณะที่คนอื่นๆ ยังพยามยาม crunch กันจนสันหลังหลุด

1. ยิ่งฝึกมาก (cruches) ยิ่งดีมาก
ไม่สำคัญว่าคุณจะ chruches ได้กี่ที ลองมองดูตัวคุณเองว่ามีไขมันเยอะหรือเปล่า ถ้าคุณอยากเห็นซิคแพ็คคุณต้องมีไขมันในร่างกายประมาณ 10% หรือน้อยกว่า ดังนั้นต่อให้คุณมีกล้ามท้องสวยงามขนาดไหน แต่ถ้ายังมีไขมันมาบังอยู่ กล้ามเนื้ออันสวยงามของคุณก็ไม่โผล่หัวออกมาหรอก ดังนั้นแทนที่จะมาสนใจเรื่อง cruches ได้กี่ครั้ง มาสนใจเรื่องอาหารการกินกันดีกว่า พยายามกินผักให้มากๆ ซึ่งจำเป็นต่อการลดไขมันในร่างกาย


2. ต้องฝึกกล้ามท้องทุกวันถึงจะเห็นพัฒนาการ
มันคล้ายกับการฝึกแบบไม่มีวันจบ การฝึกกล้ามเนื้อท้องไม่ได้ลดไขมันในร่างกายที่คุณแบกมันอยู่ แถมคุณจะเกิดอาการโอเวอร์เทรน (overtrain) ด้วยซ้ำ ดังนั้นพักซะบ้างก็ดี

3. เราสามารถเลือกฝึกกล้ามท้องช่วงล่างได้
กล้ามท้องช่วงล่างทำงานเชื่อมกับกล้ามเนื้อส่วนอื่น แม้ว่าจะมีเส้นประสาทที่แตกต่างกัน แต่จริงๆ แล้วไม่มีท่าไหนที่ออกกำลังกายเฉพาะจุดๆ นั้น การเล่นกล้ามท้องโดยใช้ท่า hanging knee raises อาจจะดูเหมือนโดนกล้ามท้องช่วงล่าง แต่จริงๆ แล้วมันโดนทุกส่วนของกล้ามท้อง


4. ไม่จำเป็นท้องใช้น้ำหนักในการฝึกกล้ามท้อง
กล้ามท้องก็เหมือนกล้ามเนื้อส่วนอื่นๆ ต้องมีอะไรมากระตุ้นให้กล้ามเนื้อเติบโต ลองถือลูกเหล็กขณะทำท่า sit up หรือใช้สายเคเบิ้ลขณะทำท่า leg raises จะสามารถสร้างกล้ามเนื้อได้ดีกว่าการฝึกแบบไม่มีน้ำหนักเลย




5. วิธีเดียวที่ฝึกกล้ามท้องคือการงอกระดูกสันหลังหรือก้มตัวไปข้างหน้า (เช่นท่า situps หรือ cruches)
ท่าออกกำลังกายกล้ามท้องที่ดีไม่ได้มีแค่ท่า cruches หรือ situps แต่รวมไปถึงการเล่นท่า overhead press, squat, deadlift, และ pull-up ท่าเหล่านี้ก็ได้กล้ามท้องเหมือนกันไม่แตกต่างจากพวกท่าที่ต้องงอกระดูกสันหลัง ซึ่งจริงๆ แล้วพวกท่าที่ต้องงอกระดูกสันหลังอย่าง situps หรือ cruches สามารถทำให้คุณบาดเจ็บได้ด้วยซ้ำ เปลี่ยนจาก cruches มาเป็น overhead presses ดูบ้างแล้วคุณจะเห็นผลลัพธ์ที่แตกต่าง


6. งดน้ำช่วยให้กล้ามท้องเห็นชัดขึ้น
ร่างกายนั้นฉลาดกว่าที่คุณคิด ร่างกายจะขับน้ำออกจากกล้ามเนื้อโครงร่าง (กล้ามเนื้อที่เรามองเห็น) ก่อนเป็นอย่างแรก เพราะว่าน้ำนั้นสำคัญต่อกระบวนการต่างๆ ในร่างกายหลายอย่าง ซึ่งสำคัญกว่าการฝึกกล้ามท้องซะอีก นั้นหมายความว่าน้ำจากกล้ามเนื้อของคุณจะช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดและสมองของคุณจะบอกคุณว่าหัวใจคุณเต้น ดังนั้นห้ามงดน้ำเด็ดขาด

ที่มา: mensfitness
read more →