แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ legs exercise แสดงบทความทั้งหมด

10 ท่า Squat แบบผิดๆ

ถ้าคุณอยากเห็นผลลัพธ์ที่สุดยอดจากการเล่นเวท ทั้งการสร้างขนาดกล้ามเนื้อ และเพิ่มความชัด แน่นอนว่าท่าที่ขาดไปไม่ได้เลยคือท่า Squat การฝึกท่า Squat ด้วยบาร์เบลนั้นสามารถกระตุ้นให้กล้ามเนื้อเกือบทุกส่วนในร่างกายเติบโตและแข็งแรงขึ้นได้ เพิ่มท่า Squat ในโปรแกรมฝึกของคุณแล้วคุณจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นทั่วร่างกายของคุณ

แต่ท่าออกกำลังกายนี้เป็นท่าที่ถือว่ามีความซับซ้อน มีหลายคนที่ยังฝึกท่านี้ด้วยฟอร์มที่ผิดอยู่ จะดีกว่าไหมถ้าคุณจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้ท่า Squat ได้ และนี่คือการฝึกท่า Squat แบบผิดๆ 10 อย่างที่หลายคนทำอยู่ และทำไมมันถึงไม่ดีและสิ่งที่คุณต้องหลีกเลี่ยง

1. ย่อต่ำลงไม่พอ



หลายคนยังฝึกท่า Squat โดยย่อตัวลงแค่นิดเดียว (ต้นขายังไม่ขนานกับพื้น)  การทำแบบนี้จะทำให้คุณได้ความแข็งแรงและขนาดกล้ามเนื้อไม่เท่าการฝึก Squat แบบเต็มช่วงการเคลื่อนไหว และยังส่งผลเสียให้กับหัวเข่าของคุณอีกด้วยเพราะว่าแรงจากบาร์เบลจะไม่ได้กดลงที่สะโพกจนกว่าคุณจะย่อตัวลงไปจนต้นขาขนานกับพื้น

จงลืมไปเลยว่าการ Squat โดยย่อตัวลงมาจนต้นขาขนานกับพื้นจะส่งผลเสียกับหัวเข่าของคุณ ซึ่งมีงานวิจัยจากประเทศเดนมาร์กพบว่าการ Squat แบบลงสุดหรือ Deep Squat สามารถเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (Quad) และความแข็งแรงมากกว่าการทำ Squat แบบย่อลงแค่บางส่วน

การฝึกท่า squat ครั้งต่อไปให้แน่ใจว่าคุณจะย่อตัวลงมาจนต้นขาของคุณขนานกับพื้น (หรือต่ำกว่า) ถ้าคุณไม่สามารถย่อตัวลงมาขนาดนั้นได้ ให้พัฒนาการเคลื่อนไหวของสะโพกโดยการใช้ท่า Squat ในรูปแบบที่ง่ายกว่าเช่นท่า Goblet Squat หรือ Zercher Squat เพื่อให้ลำตัวของคุณตรงและให้คุณย่อลงต่ำกว่าเดิมได้

(เพิ่มเติม: ท่าออกกำลังกายที่ช่วยให้คุณวิ่งได้ดีขึ้น)

2. หัวเข่าเอียงเข้าด้านใน



อย่าปล่อยให้หัวเข่าของคุณเอียงเข้าด้านในขณะฝึกท่า Squat เพราะการทำแบบนั้นแรงจะถูกส่งไปที่หัวเข่า และทำร้ายเส้นเอ็นส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บที่หัวเข่า

สังเกตุเสมอว่าหัวเข่าและปลายเท้าของคุณหันไปในทิศทางเดียวกัน เพราะหัวเข่านั้นถูกออกแบบมาให้เป็นลักษณะแบบบานพับ ถ้าหัวเข่าของคุณยังคงเซเข้ามาหากันให้ใช้ยางรัดเข่าขนาดเล็ก (Mini-Band) พันรอบหัวเข่าของคุณเพื่อบังคับให้ขาของคุณต้านกับแรงและกระตุ้นให้กล้ามเนื้อใช้งานได้ถูกต้องและช่วยในการจัดตำแหน่งของหัวเข่า

3. Squat แบบเขย่ง (ยกส้นเท้า)



บ่อยครั้งที่เห็นคนที่ยกส้นเท้าขณะย่อตัวลงมา การทำแบบนี้จะถ่ายเทน้ำหนักไปข้างหน้า เพิ่มความยากและความเครียดให้กับหัวเข่าของคุณ


แก้ไขโดยให้ส้นเท้าของคุณแตะกับพื้นและถ่ายเทน้ำหนักไปที่ส้นเท้าขณะฝึกท่า Squat

(เพิ่มเติม: ยกเวทยังไงให้เสื้อยืดสวย)

4. ฝึกท่า Squat ด้วยรูปแบบเดิมๆ



ลองฝึกท่า Squat ในหลายๆ รูปแบบเพราะในแต่ละรูปแบบเป้าหมายของกล้ามเนื้อจะแตกต่างกัน

ยกตัวอย่างเช่น สลับจากท่า Barbell Back Squat ด้วยท่า Goblet Squat ประมาณ 2-3 สัปดาห์เพื่อพัฒนาช่วงลำตัวของคุณ, เพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า, และลดความเครียดจากหลังช่วงล่าง, พัฒนาท่า Squat ของคุณด้วยการสลับไปฝึกท่า Anderson Squat เพื่อเพิ่มการเคลื่อนไหวจากด้านล่างและเพิ่มความแข็งแรงยิ่งขึ้น

(เพิ่มเติม: โปรแกรมเพิ่มขนาดแขน)

5. ไม่ได้ใช้เซฟตี้บาร์



ถ้าคุณฝึก Squat ด้วยพาวเวอร์แร็ค (Power Rack) ให้ใช้เซฟตี้บาร์เสมอ ปรับความสูงของมันให้ต่ำกว่าที่คุณตำแหน่งที่คุณย่อลงสุดในท่า Squat ได้ (ถ้าคุณปรับมันสูงเกินไปคุณจะย่อลงมาได้ไม่ถึงตำแหน่งล่างสุด) เซฟตี้บาร์จะช่วยให้คุณสามารถฝึกจนกว่ากล้ามเนื้อจะหมดแรงจริงๆ ได้ถ้าคุณยกต่อไปไหวก็วางบาร์เบลลงบนเซฟตี้บาร์ได้เลย

6. หลังล่างงอ



สังเกตุเสมอว่าหลังของคุณตรงตลอดเวลาขณะฝึกท่า Squat ถ้าหลังช่วงล่างคุณงอจะเกิดความเครียดที่กระดูกสันหลังส่วนเอว ซึ่งบาดทำให้หลังคุณบาดเจ็บได้

(เพิ่มเติม: วิธีออกกำลังกายเพื่อกระชับต้นขาและบั้นท้าย)

7. ไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อก้น (Glutes)



กล้ามเนื้อก้น (Glute) นั้นเป็นกล้ามเนื้อที่แข็งแรงสำหรับร่างกายช่วงล่าง ใช้มันขณะฝึกท่า Squat เสมอ

เมื่อคุณย่อตัวลงมาถึงต่ำแหน่งล่างสุด ขณะที่ดันขึ้นให้บีบกล้ามเนื้อก้น (Glute) ด้วยเพื่อให้สะโพกของคุณยืดออกได้อย่างสมบูรณ์

8. ยกสะโพกขึ้นเร็วเกินไป



จากตำแหน่งด้านล่าง หลายคนนั้นยกสะโพกขึ้นเร็วว่าช่วงหัวไหล่ การเคลื่อนไหวแบบนี้จะคล้ายกับท่า Good Morning ซึ่งทำให้เกิดความเครียดที่กระดูกสันหลังส่วนเอวขณะคุณยืดออกด้วยหลังช่สงล่าง ให้สังเกตุเสมอว่าสะโพกและไหล่ของคุณขยับขึ้นในเวลาเดียวกัน

(เพิ่มเติม: 10 พฤติกรรมที่ไม่ควรทำระหว่างออกกำลังกาย)

9. ใช้แผ่นรองบาร์เบลขณะฝึก



เป็นไปได้ก็อย่าใช้ เพราะมันจะลดความรู้สึกจากบาร์เบลในขณะที่ยกบาร์เบลขึ้น และป้องกันกล้ามเนื้อบ่าจาการทดน้ำหนักที่หนักว่า

นักเพาะกายระดับแชมป์ยังฝึกท่า Squat ที่หนักกว่าคุณหลายเท่าโดยไม่ได้แผ่นรองได้เลย ถ้าพวกเขาทำได้ แล้วทำไมคุณจะทำไม่ได้ล่ะ

(เพิ่มเติม: 10 วิธีสร้างกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว)

10. ฝึกท่า Squat โดยใช้ Smith Machine



ควรหลีกเลี่ยงการฝึกท่า Squat ด้วย Smith Machine เพราะมันถูกบังคับให้เคลื่อนไหวได้แค่ขึ้นบนกับลงล่าง ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่เป็นธรรมชาติ ถึงแม้ว่ามันจะช่วยเพิ่มความสมดุลย์ให้กับน้ำหนัก แต่มันจะทำให้คุณไม่สามารถได้รับผลประโยชน์เต็มๆ จากการใกท่า Squat ได้เลย ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเราควรฝึกท่า Squat โดยความคุมความสมดุลย์ด้วยร่างกายของเราเอง

นักวิจัยจากประเทศแคนนาดาพบว่า มีการใช้งานกล้ามเนื้อมากขึ้นเฉลี่ย 43% ของท่า Squat แบบ Free-Weight มากกว่าฝึกด้วย Smith Machine


ที่มา: MuscleAndFitness
ที่มารูปภาพ: strengthcoach, leanmuscleproject, nhs

read more →

7 ท่าออกกำลังกายเพื่อขาที่เรียวงาม (สำหรับคนเบื่อท่า Squat และ Lunge)

คุณเหนื่อยกับท่าออกกำลังกายเดิมๆ อย่าง Squat และ Lunge สำหรับการบริหารกล้ามเนื้อขาใช่หรือไม่ ครั้งต่อไปลองเปลี่ยนมาใช้ท่าออกกำลังกายเหล่านี้เพื่อเพิ่มรสชาติในการออกกำลังกายของคุณให้ไม่จำเจกันดีกว่า หากคุณมีขาที่เรียวงามแล้วละก็คุณจะหลงรักการใส่กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ไปตลอด

1. Pistol Squat



ยืนตรงและยกแขนไปข้างหน้าสูงประมาณระดับหัวไหล่ค้างไว้ รักษาแขนให้ขนานกับพื้น จากนั้นยกขาข้างขวาขึ้นจากพื้น และยกค้างไว้ (A) ดันสะโพกของคุณลงให้ต่ำที่สุดเท่าที่คุณทำได้ (B) ค้างไว้จากนั้นดันตัวคุณกลับสู่ท่าเริ่มต้น

(เพิ่มเติม: วิธีออกกำลังกายเพื่อกระชับต้นขาและบั้นท้าย)

2. Dumbbell Split Jump




ถือดัมเบลล์ไว้ในมือทั้งสองข้าง ปล่อยแขนตรงไว้ข้างลำตัว ยืนในท่าให้ขาซ้ายอยู่ข้างหน้าและขาขวาอยู่ข้างหลัง จากนั้นทิ่มหัวเข่าของขาข้างขวาลงข้างล่างดังรูป (A) กระโดดขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับสลับขาให้ขาขวามาอยู่ด้านหน้าและขาซ้ายไปอยู่ด้านหลังแล้วทิ่มหัวเข่าลงไปเหมือนตอนแรก (B) ทำซ้ำอีกครั้ง เมื่อสลับขาครบข้างละหนึ่งครั้งนับเป็นหนึ่ง (C)

3. Farmer's Walk on Toes



ถือดัมเบลล์ที่มีน้ำหนักมากไว้บนมือทั้งสองข้าง ปล่อยแขนตรงข้างลำตัว ยกส้นเท้าของคุณขึ้นและเดินไปข้างหน้า (หรือเดินเป็นวงกลม) ประมาณ 60 วินาที

(เพิ่มเติม: ท่าออกกำลังกายสำหรับผู้หญิงที่ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำ)

4. Reverse Dumbbell Box Lunge with Forward Reach



ยืนบนกล่องหรือขั้นบันไดที่สูงประมาณ 6 นิ้ว ถือดัมเบลล์ที่มีน้ำหนักเบาไว้ด้านข้างลำตัว (A) ก้าวขาไปข้างหลังพร้อมกับทิ่มหัวเข่าลงด้านล่างจนหัวเข่าเกือบแตะกับพื้น (B) ก้าวขากลับขึ้นมาด้านบนในท่าเริ่มต้นแล้วสลับทำอีกข้าง



5. Single-Arm Kettlebell Swing



ถือเคตเทิลเบลล์โดยจับแบบคว่ำมือ และถือไว้ที่ด้านหน้าของเอว ปล่อยแขนตรง (คุณสามารถถือเคตเทิลเบลล์ไว้ในมือทั้งสองข้างก็ได้) งอสะโพกและเข่าจนกระทั้งลำตัวของคุณทำมุม 45 องศากับพื้น จากนั้นแกว่งเคตเทิลเบลล์ขึ้นจากระหว่างขาทั้งสองข้างของคุณ (A) รักษาแขนให้ตรงไว้พร้อมกับผลักสะโพกของคุณไปข้างหน้า เข่าตรง และแกว่งเคตทิลเบลล์ขึ้นไปด้านบนสูงประมาณระดับหน้าอกในท่ายืน (B) จากนั้นหมอบลงสู่ท่าเดิมที่เคตเทิลเบลล์อยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างอีกครั้ง

6. Marching Hip Raise with Feet on a Swiss Ball



นอนหงายลงบนพื้นราบโดยให้หัวเข่าของคุณงอและฝ่าเท้าวางบนสวิสบอล ยกสะโพกขึ้นให้ร่างกายของคุณเป็นเส้นตรงตั้งไหล่ไปจนถึงหัวเข่า (A) ยกเข่าข้างหนึ่งมาหาหน้าอก (B) จากนั้นวางฝ่าเท้าลงในท่าเริ่มต้นและยกหัวเข่าอีกข้างหนึ่งของคุณมาหาหน้า ทำสลับข้างไปเรื่อยๆ

(เพิ่มเติม: ท่าออกกำลังกายกระชับหน้าอก)

7. Goblet Squat



ถือดัมเบลล์ในแนวดิ่งที่ระดับหน้าอกของคุณด้วยมือทั้งสองข้างโดยกุมมือไว้ที่หัวของดัมเบลล์ (A) ล็อคหลังให้ตรงจากนั้นลดลำตัวลงมาให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยดันสะโพกไปด้านหลังพร้อมกับงอหัวเข่าของคุณ (B) ค้างไว้จากนั้นออกแรงดันตัวคุณกลับมาอยู่ในท่าเริ่มต้นอีกครั้ง

ที่มา: WomensHealthMag
read more →